ปีใหม่ ความเร้าใจที่แสนเฉยชา
posted on 02 Jan 2011 02:17 by encore2เรื่องของเรื่องมันคือเทศกาลปีใหม่ ที่อยากจะพูดคือเห็นรูปปีใหม่ใน FHM แล้วอึ้ง.......สวยใส
หยังกะช่วงเล่นหนังรับน้องสยองขวัญ(สนั่นจิต ปิดด้วยเรียลลิตี้ แหวะ!! ) พูดแล้วอิจฉาป๋าต๊อบจริงๆ
พูดถึงปีใหม่ในความทรงจำของเราไม่รู้นะเราว่าทุกคนต้องผ่านการจัดเลี้ยงที่โรงเรียนและกิจกรรมอย่างฮิตเลย
ก็คือ “การจับของขวัญ” ตอนเด็กๆก็ไม่ประสีประสาเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพ่อหรือแม่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคอประเพณีนี้ขึ้นมา คิดได้ไงฟะ!! เอาเบอร์มาจับฉลากๆ แลกของขวัญกันรู้แต่ว่าตอนเด็กๆ ตื่นเต้นฉิบหายเลย
เราจะได้ของใคร ใครจะได้ของเรา แบบไม่คิดอะไรมาก พอโตขึ้นเลิกตื่นเต้นเริ่มรู้ความ
การจับฉลากก็ไม่สนุกอีกต่อไป...(เพราะของที่ได้ส่วนใหญ่ จะเป็นตุ๊กตา หมี หมา ไก่ กา จระเข้หรือไม่ก็ผ้าขนหนูกับนาฬิกา ไม่อยากได้เพราะแค่คนให้พ่อก็เยอะมากเกินแล้วจับได้คุ๊กกี้ยังดีเสียกว่า)
โตแล้วก็ควรเลิกนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง
สิ่งต้องคิดถึงเมื่อขึ้นปีใหม่ก็คือจะกฎเกณฑ์ให้ตัวเองอะไรเพิ่มขึ้นดี ปีนี้แปลกมากตาม Social Network ต่างๆเพื่อนคนแปลกหน้าใน FB ไม่ยักกะมีใครมาตั้งเป้าปีว่าปีหน้าอยากทำอะไรเป็นพิเศษ
บนหน้าอัพเดตสตาตัสให้เห็นเช่น ปีหน้าจะขยันขึ้น - -" ปีหน้าจะออกกำลังกาย ปีหน้าจะผอม
จะไปเที่ยวที่แปลกๆ ปีหน้าจะทำโน่นนี่นั่นเผยแพร่สู่สารธณะ(หรืออาจจะมีแต่ไม่สังเกตเห็น)
เหมือนว่าเรื่องแบบนี้เราก็เคยอินอยู่ทุกปี
เราก็ชอบตั้ง ปณิธานแบบเอาฤกษ์เอาชัยช่วงต้นปีสากล อย่างที่จำๆได้ก็อย่างปีหน้าจะงดสูบบุหรี่
ปีหน้าจะเลิกเหล้า(เลิกจน)เลิกจมปักอยู่กับการว้าวุ่นสิ่งยังไม่เกิด จะเลิกอารมณ์เสียแบบไม่มีเหตุผลดีๆรองรับ จะงดปากหมา ใจหยาบช้า เยอะแยะ แล้วไง ??????? แหมทำไงได้ล่ะเราก็คนมีอารมณ์ต่างๆนานา
และพอผ่านไปแค่เดือนเดียววันเปลี่ยนแค่แป๊ปเดียวก็ลืมๆ ที่เคยตั้งว่าจะทำก็ทำเลือนๆลาง แต่ถึงอย่างนั้นพอมีความคิดขึ้นมาหรือเกิดอาการคลุ้มคลั่งก็เกิดปฏิบัติตามอย่างเป็นบ้า อย่างเช่นเคยบอกกับตัวเองพร้อมทั้งเขียนใส่โน้ตกระดาษ A4 ติดหัวนอนว่าต่อไปนี้จะพยายาม สเก็ตงานต่างๆให้มากที่สุด... ตั้งแต่เริ่มเรียนตอนเรียนปีหนึ่ง หึหึ ตอนนี้นะหรอสมุดสเก็ตร่วมสิบเล่ม ไม่เต็มซักที และส่วนมากเวลาวาดอะไรเล่นๆก็จะวาดสิ่งที่เป็น
กระดาษที่อยู่ใกล้ตัวมากว่า อย่าสลิปใบเสร็จเซเว่น ร้านหนังสือ ซีตที่ต้องเอาไปเรียน เรียนๆลอยๆวาดไปทั่วอย่างนั้นมากว่าสมุดสเก็ตก็มีมันไว้อย่างงั้นแหละ(แอ็กอาร์ตเฉยๆ)ไม่ช่วยอะไรเลย หรือเรื่องกินเหล้าสูบบุหรี่ ว่าจะเลิกๆ แหม!เวลาอยู่กับเพื่อนฝูง การคุยกันพร้อมสุราเป็นอะไรที่ดูดีจริงๆ มันช่วยเปิดอะไรบางอย่างออกมา ไม่รู้ส่งนั้นมันคือ ยิ่งเริ่มมึนๆยิ่งมัน ยิ่งมันก็ยิ่งเม้าท์ ส่วนสูบนั้นก็มีบ้างเวลาประสาทจะแดกเรื่องรายงานการบ้าน ไม่ได้สูบทุกวันเป็นอาชีพเหมือนเมื่อก่อน จะว่าไปปีที่แล้วก็ผ่านไปไวมาก แปปบเสียงแห่งเทศกาลที่ทุกข์คนต้องมีความสุขก็เริ่มขึ้น
เทศกาลปีใหม่สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคืองานเลี้ยง ซึ่งมันเป็นของแน่ๆอยู่แล้วคนไทยชอบรื่นเริงความมีความสุขและเอาความสุขไปผูกติดกับเทศกาล(แล้วปกติไม่มีรึความสุขหรือมีแต่อมทุกข์) เราเลยมักจะได้ยินคำว่าเทศกาลแห่งความสุขอยู่บ่อยๆ แหม......เทศกาล+ความสุข เป็นใครล่ะจะไม่ชอบ ยิ่งในซอยบ้านหมายถึง ซอยก่อนเข้ามาในหมู่บ้านที่เป็นแหล่งพักพิง ระยะทางร่วมเจ็ดกิโล โห......แม่งนั่งกิน นั่งก๊งกันเกือบทุกกิโลเมตรที่ผ่านนี่ที่ไม่รวมประดับประดาด้วยไฟสายรุ้ง ต้นคริสมาสที่หลงเหลิงจากเทศกาลคริสมาสที่ยังไม่เอาออก แบบดูแล้ว.....เห้อ!!
นี่ไม่รวมเครื่องเสียงที่เปิดกกระหึ่ม เร่งสุดวอลลุ่ม เหอะๆ นั้นแค่เด็กๆ ยิ่งในซอยบ้านที่เป็นทาวเฮ้าส์หน้าตาเหมือนๆกัน 20 หลังหันหน้าชนกัน อย่าให้พูด มีมันสามงานในซอยเดียวแคบๆ
สองกองปาร์ตี้แรกอยู่ช่วงต้นซอยซึ่งทำไมกินรวมกันหรือจัดเป็นกองเดียวกันเลย(อาจจะเป็นเพราะนับถือประชาธิปไตยคนละนิกายก็เป็นไปได้ เลยจัดแบบ ชิชิ บ้านใครบ้านมันฉันจัดเฉพาะคนที่ถูกคอ หึหึ ถ้าเมาและซัดกันคงมันส์พึลึก) เปิดเพลงลั่นสนั่นซอย ท้ายซอยมีอีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มนี้เน้นการลูกคอกู่ร้องสุดคอหอย เหอะๆให้มันได้อย่างนี้สิ จะทำไงได้ฟะในเมื่อมันเป็นเทศกาลแห่งความสุข (แค่แคมเปนโฆษณาให้เหล้าเท่ากับแช่ง ก็พาเราเซ็งไปทีและ) นานกินทีเราไม่ควรถือโทษก่นดาเป็นภาษาออกเสียง แต่ด่าทอได้ในใจเงียบๆคนเดียว เขาก็ไม่ได้นั่งเปิดเพลงดังกันทุกวัน(ต้องให้อภัย) ส่วนในบ้านเราก็กินเลี้ยงเงียบภายในบ้านและไปรวมญาติในบางกรณี(รวมกันเยอะเสียงก็ดังเหมือนกันแหละ)
พูดถึงคุยกับแม่.....แม่บอกปีนี้ปีชง(เราเกิดปีกระต่าย) โอ้ว แม่ไปรับจารีตแบบจีนมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ
ว่าแต่ “ปีชง” คืออะไรหว่า ถ้าแปลว่าเป็นปีแห่งการ “ชง-แก้ว”
เอ่อนั่นแม่ไม่ต้องห่วงลูกชงแก้วกับเพื่อนเป็นประจำ